สถานการณ์ศัตรูข้าวระหว่างวันที่ 4 - 10 กุมภาพันธ์ 2564
สรุปรายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว กรมการข้าว ระหว่างวันที่ 4 - 10 กุมภาพันธ์ 2564
( รายงาน ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 )
สถานการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ศูนย์ติดตามและแก้ไข
ปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 (ข้อมูล ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564)
พบพื้นที่การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง น่าน หนองบัวลำ และนครปฐม พื้นที่ระบาด
จำนวน 182 ไร่ การระบาดลดลง 152 ไร่ และจากการรายงานสถานการณ์เร่งด่วน (ศสท.101) ของศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี
จากการสุ่มสำรวจในพื้นที่จำนวน 40 ไร่ พบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมากกว่า 10 ตัวต่อกอ ในข้าวพันธุ์ กข47
วีเชฟ โดยพบต้นข้าวแสดงอาการเหลืองและแห้งตายเป็นหย่อมๆ
สถานการณ์การระบาดของโรคไหม้ข้าว รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหา
ภัยพิบัติด้านการเกษตร พบพื้นที่ระบาด จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ แพร่ น่าน พะเยา อุทัยธานี ขอนแก่น สกลนคร
มหาสารคาม บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ยโสธร บึงกาฬ เพชรบุรี และจันทบุรี พื้นที่ระบาดจำนวน 1,782 ไร่ การระบาด
ลดลง 83 ไร่
สถานการณ์การระบาดของศัตรูข้าวชนิดอื่น รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ศูนย์ติดตามและแก้ไข
ปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 (ข้อมูล ณ วันที่
3 กุมภาพันธ์ 2564) พบพื้นที่ระบาดจากการเข้าทำลายของศัตรูข้าว ดังนี้
- การระบาดของของหนอนห่อใบข้าว จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น สกลนคร มหาสารคาม
อุบลราชธานี สงขลา และกระบี่ พื้นที่ระบาดจำนวน 111 ไร่ การระบาดคงที่
- การระบาดของเพลี้ยไฟ พบพื้นที่ระบาด 1 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ พื้นที่ระบาดจำนวน 50 ไร่
การระบาดคงที่
- การระบาดของหนอนกอข้าว พบพื้นที่ระบาด 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น สกลนคร นครราชสีมา
อุบลราชธานี บึงกาฬ และกระบี่ พื้นที่ระบาดจำนวน 202 ไร่ การระบาดเพิ่มขึ้น 30 ไร่
- การระบาดของแมลงบั่ว พบพื้นที่ระบาด 2 จังหวัด คือ กำแพงเพชร และสุพรรณบุรี พื้นที่ระบาด
จำนวน 970 ไร่ การระบาดลดลง 10 ไร่
- การระบาดของโรคขอบใบแห้งข้าว พบพื้นที่ระบาด 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เพชรบุรี และ
สุราษฎร์ธานี พื้นที่ระบาดจำนวน 17 ไร่ การระบาดคงที่
- การระบาดของโรคใบจุดสีน้ำตาล พบพื้นที่ระบาด 3 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ขอนแก่น และบึงกาฬ
พื้นที่ระบาดจำนวน 85 ไร่ การระบาดคงที่
- การระบาดของโรคเมล็ดด่าง พบพื้นที่ระบาด 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น สุรินทร์ บึงกาฬ และ
เพชรบุรี พื้นที่ระบาดจำนวน 341 ไร่ การระบาดคงที่
ข้อมูลเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จากผลการตรวจนับจำนวนตัวเต็มวัยในกับดักแสงไฟ ของศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี
ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ (ติดตั้งกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ และ
สถานีย่อยดงหลักหมื่น) แม่ฮ่องสอน เชียงราย พิษณุโลก ชุมแพ สกลนคร อุบลราชธานี อุดรธานี นครราชสีมา
หนองคาย สกลนคร ชุมแพ พัทลุง นครศรีธรรมราช กระบี่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาท (ติดตั้งกับดักแสงไฟที่
จังหวัดสิงห์บุรี และอุทัยธานี) ราชบุรี (ติดตั้งกับดักแสงไฟที่จังหวัดสุพรรณบุรี) ร้อยเอ็ด และสถาบัน
วิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ (ติดตั้งกับดักแสงไฟที่จังหวัดสุพรรณบุรี) พบจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในกับดัก
แสงไฟไม่ถึงระดับวิกฤติ (ระดับวิกฤติ คือ 50,000 ตัวต่อคืน) แต่ข้อมูลกับดักแสงไฟของศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา
พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ควรเฝ้าระวังการระบาดในแปลงนาด้วย
ข้อมูลโรคไหม้ รายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในระหว่างวันที่ 4 - 10 กุมภาพันธ์ 2564 พบค่าความเสี่ยง
ของอากาศในการเกิดโรคไหม้จากสถานีเครือข่ายของศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ (สถานีศูนย์วิจัยข้าว)
ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ศูนย์วิจัยข้าวอุดรธานี ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ศูนย์วิจัยข้าว
อุบลราชธานี และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ มีค่าความเสี่ยงอากาศสูงเท่ากับระดับวิกฤต (ค่าวิกฤตเท่ากับ 2.25)
ส่วนรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคไหม้จากสถานีเครือข่ายของศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่
(สถานีดงหลักหมื่น) ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา
ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรี (อ.เมือง จ.ราชบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี)
และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลพบุรี ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีค่าไม่เกินระดับวิกฤต
การคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในสัปดาห์หน้า ในช่วงวันที่ 9 ก.พ. 64 คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่าน
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคกลาง ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำ
ความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง
ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทย
ตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง
ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงเกิดขึ้น โดยมีลูกเห็บตก
บางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 12 ก.พ. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลัง
ปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้
ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว โดยอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส
ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 13 - 15 ก.พ. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางที่ปกคลุมบริเวณภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมี
อุณหภูมิสูงขึ้น โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมี
หมอกหนาในบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศเย็นกับ
มีหมอกในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้
คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังอ่อน
การคาดการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในสัปดาห์หน้า จากผลการตรวจนับจำนวนตัวเต็มวัยในกับดัก
แสงไฟ ภายใน 2-3 สัปดาห์ ยังไม่พบจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่เกินระดับวิกฤติ ดังนั้น แนวโน้มในการระบาดอา
พบน้อยหรืออาจพบเป็นบางพื้นที่ที่เคยมีการระบาดเป็นประจำ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น พันธุ์ข้าว พฤติกรรม
การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูข้าวของเกษตรกร การปลูกข้าวอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น โดยเฉพาะในแปลงที่มีการปลูกข้าวพันธุ์
อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น พันธุ์ปทุมธานี 1 และพันธุ์พื้นเมือง เป็นต้น แปลงที่ปลูกข้าวแน่น และใส่ปุ๋ย
ไนโตรเจนในอัตราที่สูงกว่า
คำแนะนำ ส่วนจังหวัดที่มีการรายงานพื้นที่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ลำปาง น่าน หนองบัวลำภู
นครปฐม และราชบุรี ควรมีการเฝ้าติดตามการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล อย่างต่อเนื่อง และสำรวจในพื้นที่ที่ปลูกข้าว
อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีปริมาณน้อยกว่า 10 ตัว/กอ หรือยังไม่เกิดการระบาด สามารถใช้เชื้อรา
บิวเวอเรียควบคุมการระบาด แต่ในกรณีเกิดการระบาด พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ปริมาณ 10 ตัว/กอ หรือมากกว่า ควร
ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าวอย่างเคร่งครัด
สารป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด ให้เลือกใช้ตามอายุของข้าว ได้แก่
• ข้าวหลังหว่าน ถึงอายุ 40 วัน พบตัวอ่อนระยะที่ 1-2 จำนวนมากว่า 5 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง
ได้แก่ บูโพรเฟซิน 10% ดับบลิวพี อัตรา 25 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ บูโพรเฟซิน/ไอโซโพรคาร์บ 5%/20%
ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
• ข้าวอายุ 41-60 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกัน
กำจัดแมลง ได้แก่ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10%
ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ไพมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือก
ใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
• ข้าวอายุ 61-80 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกัน
กำจัดแมลง ได้แก่ ไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10%
ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลเฟน 20% อีซี อัตรา 110 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
ในกรณีที่เกิดการระบาดอย่างรุนแรง หรือพบประชากรของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจากกับดักแสงไฟในระดับที่สูงกว่าค่า
วิกฤตอย่างมาก (ค่าวิกฤต 50,000 ตัวต่อวัน) สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด คือ สาร
ไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
การคาดการณ์การระบาดของโรคไหม้ในสัปดาห์หน้า
โรคไหม้ สภาพอากาศในสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ทำให้สภาพอากาศมีความเหมาะสม
กับการระบาดของโรคไหม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควร
สำรวจติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 กข15 กข6 ปทุมธานี 1 และพันธุ์
พื้นเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการ
เกิดโรคสูง ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ และนครสวรรค์ ภาคกลาง ตะวันออกและตะวันตก ได้แก่
จังหวัดฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี และอุบลราชธานี ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ในกรณีที่พบโรคไหม้มีอาการรุนแรง หรือพบพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรคถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะกล้า
ถึงแตกกอเต็มที่ และ 5 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะตั้งท้อง หรือพบแผลโรคไหม้ที่ใบธง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าว
อย่างเคร่งครัดในการควบคุมด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ไอโซโปรไธโอเลน หรือคาร์เบนดาซิม หรือไตรไซคลาโซล
(ควรใช้เฉพาะในระยะกล้าถึงแตกกอ) ตามอัตราที่ระบุ
 
 
รายงาน ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564